พี่ชาย “ครูอิ๋ว เหยื่อฆ่าปาดคอ” ยืนยันน้องสาวไม่ได้ท้อง

Posted by ทีมงาน เปิดหวยซอง on in ข่าวฮอต ข่าวดัง

พี่ชาย “ครูอิ๋ว เหยื่อฆ่าปาดคอ” ยืนยันน้องสาวไม่ได้ท้อง

ความคืบหน้ากรณี

คดี ฆ่าปาดคอ ครูสาวประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ร.ร.แสงวิทยา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เหตุเกิดในห้องพักไม่มีเลขที่ เขตเทศบาลเมืองแก่งคอย ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมคนร้าย ไว้ได้ สอบสวนจนให้การรับสารภาพว่าลงมือฆ่าเหยื่อจริง อ้างพยายามจะขืนใจ แต่เหยื่อขัดขืนต่อสู้เลยลงมือโหดดังกล่าว ซึ่งเป็นคดีสะเทือนใจของประชาชนอย่างมาก

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แก่งคอย จ.สระบุรี ได้นำตัวนายชาตรี ร่วมสูงเนิน อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าปาดคอ น.ส.จุฬารัตน์ หรือครูอิ๋ว อายุ 27 ปี ไปควบคุมไว้ที่ สภ.หนองแค เพื่อความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวาย โดยนำตัวเข้าควบคุมในห้องขังชั้น 2 ขังรวมกับ ผู้ต้องหาชายรวม 3 คน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเวรยามคอยเฝ้าดูแบบไม่ให้คลาดสายตาตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเกรงว่า ผู้ต้องหาอาจฆ่าตัวตาย หลังจากไม่สามารถนำไปทำแผนในที่เกิดเหตุเพื่อประกอบคำรับสารภาพได้ เนื่องจากมีประชาชนพากันมารอมุงดูตัว พร้อมชูป้าย และตะโกนสาปแช่ง เกรงว่าผู้ต้องหาอาจถูกฝูงชนรุมทำร้าย และเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมได้

เมื่อ เวลา 01.30 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง จ.สระบุรี ไปคุมตัวนายชาตรีออกจากห้องขัง สภ.หนองแค ไปที่จุดเกิดเหตุเพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่ห้องเช่าภายในซอยสุดบรรทัด 8 เขตเทศบาลเมืองแก่งคอย โดยชาวบ้านไม่ทันรู้แผนการ แต่ก็มีมายืนดูการทำแผนของเจ้าหน้าที่เพียงไม่กี่สิบคน โดยใช้ตำรวจหญิงแสดงแทนครูสาวใช้เวลาทำแผนเพียง 20 นาที ก็รีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีชาวบ้านเริ่มรู้ข่าวทยอยเข้ามายืนดูที่ด้านนอกประตูรั้ว ยืนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ และใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปเจ้าหน้าที่ ส่งไลน์บอกพรรคพวก จึงเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าเหมือนเมื่อวันก่อนที่ชาวบ้านบางส่วนยัง มีความโกรธแค้นผู้ต้องหาอยู่

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งกล่าวว่าการทำแผนประกอบคำรับสารภาพครั้งนี้ถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว จากนี้จะได้ทำสำนวนรวบรวมพยานหลักฐานนำตัวนายชาตรีฝากขังศาลจังหวัดสระบุรี ต่อไป ส่วนบ้านเช่าที่ครูสาวเคยอาศัยพักอยู่นั้น ได้มีผู้เช่าใกล้เคียงบางส่วนกำลังทยอยขนของออกจากบ้านพัก และเจ้าของห้องพักได้มาแจ้งห้องว่างกับทางเทศบาล อีกทั้งยังมีโครงการที่จะรื้อถอนห้องพักออกอีกด้วย

ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดี พร้อมด้วยพล.ต.ต.ธิติ แสงสว่าง ผบก.ภ.สระบุรี ประชุมเพื่อตรวจสอบความพร้อมของสำนวน ก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาล ขณะเดียวกันได้มีทนายความมาพูดคุย ทำความเข้าใจกับผู้ต้องหาถึงขั้นตอนต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการด้วย

เมื่อ เวลา 14.15 น.

เจ้าหน้าที่สภ.หนองแค ร่วมกับเจ้าหน้าที่สภ.แก่งคอยนำตัว นายชาตรีไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลจังหวัดสระบุรี ทันทีที่รถคุมขังมาถึงบริเวณด้านหลังของศาลจ.สระบุรี เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาเข้าไปภายในตัวอาคารทันทีและไม่อนุญาตให้ทำการ บันทึกภาพแต่อย่างใด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน ตำรวจภูธรภาค 1 จ.สระบุรี ประมาณ 50 นาย ดูแลความเรียบร้อย

เจ้าหน้าที่ ประจำศาลเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้ขออำนาจฝากขังผู้ต้องหาในผัดแรกเป็นเวลา 12 วัน พร้อมคัดค้านการประกันตัว ระหว่างนี้ต้องรอผลการสรุปสำนวนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้งหนึ่ง เพื่อส่งสำนวนต่ออัยการ จากนั้นจึงยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อพิจารณาคดีต่อไป

นาย ชาลี แจ่มแสง รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายควบคุม นักวิชาการอบรมและฝึกวิชาชีพชำนาญการ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดสระบุรี กล่าวถึงกรณีการควบคุมตัวนายชาตรีว่า ทางเรือนจำมีระเบียบขั้นตอนอยู่แล้ว หลังจากได้รับตัว ผู้ต้องหาก็จะต้องนำตัวไปตรวจร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ และสอบประวัติ เพื่อทำประวัติ ผู้ต้องขัง ก่อนจะนำตัวไปควบคุมยังแดนแรกรับ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้ปรับตัว และรอจำแนกลักษณะผู้ต้องขังต่อไป ทั้งนี้ สำหรับนายชาตรีซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีที่ประชาชนและสังคมให้ความสนใจ ทางด้านนักสังคมสงเคราะห์ของทางเรือนจำจะเข้าสอบปากคำเกี่ยวกับพื้นฐานทาง ครอบครัวว่าเป็นมาอย่างไรบ้าง เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลต่อไป

นายชาลีกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้น เรือนจำจะแยกห้องนอนให้นายชาตรี โดยภายในห้องนอนนั้นจะมีผู้ต้องขังอื่น ซึ่งเป็นผู้ต้องขังชั้นดีด้วยรวม 7-8 คน และจะกำหนดพื้นที่ให้นายชาตรีด้วย เพื่อไม่ให้ปะปนกับผู้ต้องขังอื่น เนื่องจากจะทำให้ทางเรือนจำดูแลยาก และเพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องขัง เนื่องจากเกรงอาจถูกทำร้าย อีกทั้งภายในห้องนอนจะมีกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของนายชาตรี ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ จะมีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแล 24 ชั่วโมงด้วย โดยจะให้เจ้าหน้าที่หมั่นเดินตรวจเวรยามทุกๆ 15-20 นาที เพื่อรักษาความปลอดภัย

ที่ห้องเช่าภายในซอยสุดบรรทัด 8 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศยังคงเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ผู้อาศัยห้องเช่าบางส่วนยังรู้สึกหดหู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ล่าสุดเจ้าของห้องเช่าดังกล่าวตัดสินใจจะทุบห้องเช่าทิ้ง ทำให้ผู้ที่ยังอาศัยภายในห้องเช่าต่างรู้สึกใจหายเช่นกัน

นาย พรชัย กอบแก้ว อายุ 36 ปี หนึ่งใน ผู้ที่ยังอาศัยห้องเช่าอยู่ในขณะนี้ กล่าวว่า ทราบเรื่องแล้วว่าทางเจ้าของห้องจะทุบห้องที่อยู่ฝั่งเดียวกับห้องพักของผู้ เสียชีวิตทั้งหมด ส่วนห้องเช่าอีกฝั่งนั้นไม่ได้ทุบทิ้ง โดยเจ้าของห้องได้แจ้งให้ผู้เช่าทราบเรื่องแล้วและบอกว่าให้ผู้เช่าย้ายออก ทั้งหมด เข้าใจว่าเป็นเพราะเจ้าของห้องเช่ามีความสนิทและคุ้นเคยกับ ผู้เสียชีวิตในระดับหนึ่ง เมื่อเจอเหตุการณ์เช่นนี้จึงทำใจไม่ได้ และตัดสินใจทุบทิ้งดังกล่าว

นายพรชัยกล่าวต่อว่า ตั้งแต่เกิดเหตุผู้เช่าได้ย้ายออกไปเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงครอบครัวตนและเพื่อนข้างห้องอีก 2 ห้องเท่านั้นที่ยังอาศัยอยู่ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องย้ายออกเนื่องจากได้พูดคุยและตกลงกับเจ้าของห้องไว้แล้ว ระหว่างนี้ได้เตรียมการหาที่อยู่ใหม่ไว้เรียบร้อย

“เจ้าของ ห้องเขาทำใจไม่ได้ จึงตัดสินใจทุบห้องเช่าที่อยู่ฝั่งห้องครูอิ๋วทิ้งทั้งหมด ส่วนอีกฝั่งก็ให้ย้ายออกรอจนกว่าเรื่องจะเงียบและทุกคนทำใจได้ เจ้าของก็จะปรับปรุงส่วนที่เหลือใหม่ แต่จะทำเป็นอะไรไม่ได้บอก ให้รู้ เพียงว่าจะทุบจริงๆ” นายพรชัยกล่าว

พี่ชาย “ครูอิ๋ว เหยื่อฆ่าปาดคอ” ยืนยันน้องสาวไม่ได้ท้อง

สำหรับบรรยากาศงานศพ น.ส.จุฬารัตน์

ที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านต้นแบบสุขภาพดีวิถีพอเพียง บ้านบุ่งค้า จ.ร้อยเอ็ด เป็นไปอย่างโศกเศร้า มีบรรดาญาติมิตรและ หน่วยงานราชการทยอยมาเคารพศพและนำพวงหรีดมาวางแสดงความเสียใจ และอาลัยอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน

เมื่อเวลา 13.30 น. นางปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำดี มอบหมายให้นาง กัญธนา ซาวงศ์ ประธานกลุ่มร้อยเอ็ดทำดีและคณะ นำพวงหรีดมาเคารพศพ และปลอบขวัญให้กำลังใจครอบครัวโทวรรณาด้วย

นางกัญธนาให้ สัมภาษณ์ว่า บุ๋ม-ปนัดดา และองค์กรทำดี ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวโทวรรณาไม่คิดว่าเด็กสาวชาวร้อยเอ็ดจะตกเป็น เหยื่อ อยากให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในขั้นสูงสุด ไม่ต้องลดหย่อนโทษใด อีกทั้งขอให้หยุดแชร์ภาพครูอิ๋วที่ถูกปาดคอเสียชีวิต เพราะครอบครัวโทวรรณาสูญเสียมามากแล้ว ซึ่งนางจันทร์ศรี โทวรรณา มารดา หลั่งน้ำตาขอบคุณบุ๋ม-ปนัดดา และคณะตัวแทนองค์กรทำดีที่ได้มาให้กำลังใจ และกล่าวว่า การสูญเสียไม่มีวันทดแทนได้ อยากให้คดีนี้เป็นคดีสุดท้ายไม่อยากให้มีผู้ตายอีก ขอร้องให้ยุติการแชร์ภาพลูกสาวอย่าซ้ำเติมเลย แค่นี้ก็เจ็บพอแล้ว

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวเตรียมจัดพิธีฌาปนกิจศพครูอิ๋วแบบพื้นบ้านโบราณ ภายในวัดบ้านบุ่งค้า หมู่ 3 ต.พระธาตุ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด ในวันพุธที่ 6 ก.ค. เวลา 14.00 น. ซึ่งจะมีญาติ เพื่อนครู และนักเรียนเดินทางมาร่วมพิธีและส่งวิญญาณเป็นครั้งสุดท้ายจำนวนมาก

สำหรับ กรณีที่โลกโซเชี่ยลมีเดีย มีการแชร์กัน

อ้างว่า “ครูอิ๋ว”จุฬารัตน์ตั้งท้อง 2 เดือนนั้น นายปรัชญา โทวรรณา อายุ 32 ปี พี่ชายให้สัมภาษณ์ถึงข่าวลือดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เรื่องครูอิ๋วตั้งท้อง 2 เดือนเป็นเพียงข่าวลือ ไม่ใช่ความจริงเลยที่มีการแชร์กันในอินเตอร์เน็ตและไลน์

“เรื่อง นี้ทำให้ครอบครัวเสียใจมาก ทำไมไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิตเลย เรื่องครูอิ๋วท้องไม่มีข้อเท็จจริงเลย ทำไมต้องเอาเรื่องไม่จริงมาให้ร้าย พ่อแม่พี่น้องทุกคนก็เศร้าเสียใจอยู่แล้ว แต่กลับต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีก ขอให้เห็นใจทั้งคนตายและญาติๆ ที่อยู่กันด้วย” พี่ชายครูอิ๋วกล่าว

นอก จากนี้ นายปรัชญายังกล่าวว่า ตอนนี้ได้ปรึกษาเพื่อนคนหนึ่งแล้วว่าจะต้องเก็บหลักฐานภาพที่แชร์กันโพสต์ กันว่าครูอิ๋วท้อง และคนที่เอาภาพศพครูอิ๋วไปโพสต์แบบไม่เซ็นเซอร์ คงต้องดำเนินคดีตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ เพราะถือว่าไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวถามกรณี ที่เพื่อนครูบอกว่าครูอิ๋ว กับร.ต.ต.ธเนศ แก้วหาย แฟนหนุ่มมีโครงการจะแต่งงานกันอีก 2 ปีข้างหน้า นายปรัชญากล่าวว่า เรื่องนี้น้องสาวเคยมาเล่าให้ฟังว่าได้พูดคุยกับแฟนว่าจะแต่งงานกัน เป็นการพูดคุยกันสองคน เขาวางแผนชีวิตของพวกเขาไว้ แต่กลับมาเกิดเหตุสลดใจแบบนี้ขึ้น ทุกอย่างที่ทั้งคู่ตั้งใจไว้ก็พังลงทั้งหมด

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า น.ส.จุฬารัตน์ นอกจากจบวิทยาศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหาสารคามแล้ว ยังเพิ่งจบการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู จากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ พิธีสวดพระอภิธรรมศพวันสุดท้ายว่าเป็นไปอย่างโศกเศร้าโดยตลอดทั้งวันมีพวง หรีดมาเคารพศพจำนวนมาก ทั้งในจังหวัดร้อยเอ็ดและต่างจังหวัด ต่างเสียใจที่สาขาวิชาชีพครูต้องสูญเสียบุคลากรไปอีก 1 คน

ก่อน ช่วงเย็นนางจันทร์ศรีเปิดเผยว่า เพื่อนครูที่สนิทกับลูกมาเล่าว่าครูอิ๋วมาเข้าฝันและบอกว่ารู้สึกเจ็บปวดคอ และกล่าวตัดพ้อว่าทำไมเรื่องที่เลวร้ายเช่นนี้ต้องมาเกิดกับอิ๋ว รู้สึกเสียใจมาก อยากกลับมาบ้าน

นางจันทร์ศรีกล่าวต่อว่า อาจจะเป็นเพราะตอนไปที่ห้องพักที่สระบุรีได้ไปเชิญดวงวิญญาณกลับบ้านอาจจะทำ อะไรที่ผิดวิธีไป จึงคิดไว้ว่าหลังจากเสร็จพิธีงานฌาปนกิจศพแล้วจะเดินทางกับครอบครัวไปที่ ห้องพักที่สระบุรีอีกครั้ง เพื่อเชิญดวงวิญญาณกลับบ้านที่ร้อยเอ็ดตามประเพณีที่ถูกต้องต่อไป

ที่มา http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1467770333

ติดตาม หวยออนไลน์ ได้ที่

แอดไลน์ไอดี @lotto88

หรือกดลิ้งค์นี้

หวยออนไลน์

Please Enter Your Facebook App ID. Required for FB Comments. Click here for FB Comments Settings page

Related posts:

เลือดแพทย์แรงจริงๆ หมอภูเก็ตรีบลงจากรถ ก่อนรับเสด็จพระเทพฯ ช่วยยื้อชีวิตดาบตำรวจเหยื่อเมาแล้วขับ
นอนเล่นมือถือไม่ได้ยินเสียง โจรบุกขโมยของนับแสนบาท
แนะนำลายแทงจุดฟาร์ม Pokestop เด็ด ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่

ยังไม่มีคอมเม้นนะครับ : Kopkap.in.th

The comments are closed.

wordpress hit counter